รวม 5 เรื่อง SEO ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับใน Google

เคยสงสัยหรือไม่ว่า เราทำ SEO ก็แล้ว แต่ทำไมอันดับเว็บไซต์ของเราถึงไม่ขึ้นมาอยู่หน้าแรกๆซะที

อันที่จริงแล้ว การทำ SEO ยังคงมีความจำเป็นสำหรับการผลักดันเว็บไซต์ของเราให้ขึ้นอันดับดีอที่สุดบน Google แต่เนื่องจาก Google ก็มีการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของอัลกอริธึมที่บ่อยมากขึ้น และส่งผลต่อเจ้าของเว็บไซต์ที่ทำ SEO เข้าโดยตรง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ไม่ได้คะแนนที่ดีจาก Google

วันนี้ทางเราจึงได้รวมเรื่องที่ SEO ไม่ควรทำ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งหวังว่าจะช่วยให้คนที่กำลังเริ่มทำ SEO หรือเจ้าของเว็บไซต์ที่สงสัยว่าทำไมทำไปแล้ว อันดับไม่ดีขึ้น ก็จะได้ไม่ต้องทำโดยสิ้นเปลืองหรือเสียเวลาในการทำมากเกินไปครับ

SEO ไม่ควรทำ ด้วยเทคนิคทางลัดมากเกินไป

ตัวอย่างเช่น การทำ Backlinks, Blog networks ซึ่งเป็นวิธีการทางลัดที่ไม่ค่อยโปร่งใส แม้ว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะสามารถช่วยให้อันดับเว็บไซต์ของเราขึ้นมาบนหน้าแรก Google ได้เร็ว

แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงตัวจับบอทของ Google จึงทำให้มีความเสี่ยงที่จะโดนแบนไปด้วย

 

 

ไม่ได้เน้นการสร้างเนื้อหา Content ที่ดีพอให้กับเว็บไซต์

เรียกง่ายๆว่า ไม่สนใจเรื่องการสร้างพื้นฐานที่ดีให้เว็บไซต์ นั่นคือเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง และก็มีหลายเว็บไซต์ที่ละเลยในเรื่องนี้ไป จนสุดท้ายกลายเป็นว่าการทำ SEO ล้มเหลว

อันที่จริงแล้ว การทำ SEO เชิงเทคนิค ยังสามารถใช้ได้ แต่ไม่ควรให้เป็นวิธีการหลักอีกแล้ว เพราะในระยะยาวแล้ว การเข้าถึงแบบ Organic Reach จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเว็บไซต์มีคะแนนคุณภาพที่ดี ซึ่งมาจากการอัพเดทเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ และมีคุณภาพ หรือสามารถจ้างและปรึกษากับบริการทำ Content โดยตรงได้ ก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาตรงนี้ได้เช่นกัน

ดังนั้นการทำ Link ไว้มากแต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ แม้ว่าการทำ Link Network สามารถกระทำได้อยู่ แต่ก็ควรเป็น Link และเว็บไซต์เพื่อนบ้านที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเว็บไซต์คุณเอง

การใส่ภาพและ Script เข้าไปมากจนเว็บไซต์โหลดช้า

หลายเว็บไซต์พยายามที่จะใส่รูปภาพหรือ Script เข้าไปมากเกินไป จนอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เว็บไซต์โหลดขึ้นได้ช้า นี่เป็นข้อที่ SEO ไม่ควรทำ และหลายคนชะล่าใจเกินไป

สาเหตุหลักที่ไม่ควรทำ มีสองข้อ หนึ่งคือ มันเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์นั้นของผู้คนที่ค้นหา เพราะโดยธรรมชาติและพฤติกรรมแล้ว ถ้าคุณใช้เวลาในการโหลดเว็บไซต์ที่คุณค้นหานานเกินไป ก็มีแนวโน้มที่คุณจะไม่รอ แล้วเปลี่ยนไปหาเว็บไซต์อื่นแทน ส่งผลให้เกิด อัตราการตีกลับ (Bounce Rate) แล้วจะส่งผลกระทบผลต่อการจัดอันดับของ Google ด้วย

สาเหตุที่ควรหลีกเลี่ยงอีกข้อคือ เว็บไซต์ที่โหลดช้า ก็จะส่งผลเสียต่อการเข้ามาเก็บข้อมูลของทาง Google เองด้วย

 

โพสข้อมูลซ้ำในเว็บอื่นที่ไม่มีคุณภาพ

กลยุทธ์หนึ่งที่หลายคนใช้ ก็คือโปรโมทสินค้าและบริการโดยใช้เว็บประกาศขายสินค้า (Classified) แต่กลายเป้นว่าเว็บไซต์ที่ไปโพสเนื้อหาเป็น Link Network ที่มี IP ของเว็บไซต์เหมือนกัน

อีกทั้งเรื่องที่พบบ่อยคือ เนื้อหาที่โพสเป็นข้อความเดียวกันแทบทั้งหมด นั่นเลยกลายเป็นว่าเรากำลังทำ Spam Backlinks ซึ่งหากมีปริมาณมาก มันก็จะส่งผลเสียกลับมายังเว็บไซต์ของเราเอง สุดท้ายแล้วอันดับของเว็บไซต์บน Google ก็จะตกลงไปด้วย

ปัญหาข้อนี้พบว่า หลายคนไม่รู้ตัว จนกระทั่งเว็บไซต์อันดับตกไปเรื่อยๆแล้ว เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มันไม่ได้ผล

ทางแก้ไขคือ ก่อนโปรโมทเนื้อหา เราควรตรวจสอบ IP ของเว็บไซต์เหล่านั้นก่อนว่าเป็น IP เดียวกัน หรือคล้ายกันหรือไม่ ที่สำคัญคือ ไม่ควร Copy & Paste ข้อความแบบเดียวกันไปลงทั้งหมด ดังนั้นถ้าพบว่าเว็บไซต์อันดับตก ทางแก้ที่ดีคือลองไปลบโพสที่เราทำไว้เหล่านั้น

 

หลอก Google ด้วยจำนวน Link มากเกินไป

Google พยายามปรับและลดความสำคัญสำหรับปัจจัยในการจัดทำอันดับจากจำนวนลิงก์เป็นอย่างมาก

แต่ทางด้าน Google ก็ยังคงให้ความสำคัญกับลิงก์อยู่เช่นเดิม เพียงแต่ไม่มากเท่าเดิมเท่านั้นเอง

สิ่งที่ Google เปลี่ยนแปลงก็คือ Google จะเน้นย้ำกับคุณภาพของลิงก์เป็นสำคัญ แถมยังคงมีการเพิ่มบทลงโทษให้กับการสร้างลิงก์ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพอีกด้วย แน่นอนเลยว่ามีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงที่จะสร้างลิงก์ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพ เพื่อเป็นผลดีต่อการทำ SEO ของคุณโดยตรง

 

เทคนิคทำ Clocking เมื่อเนื้อหาข้างในไม่ตรงกับหัวข้อ

เป็นเทคนิคที่พบบ่อยกรณีของเว็บไซต์ประเภทพาดหัวดราม่า และพวกเว็บไซต์ 18 กับ Link บนช่องทาง Facebook

ลักษณะนี้คือ เมื่อเราคลิกเข้าไปในหัวข้อหนึ่ง เเต่เราพบว่าเนื้อหาข้างในเป็นเรื่องอื่น

อาจสงสัยว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เนื่องจากหัวข้อที่ขึ้นอาจเป็นกระแสหรือประเด็นทางสังคม และเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจ ไปจนถึง Keyword ที่มีการค้นหามาก วิธีนี้ควรเลิกทำได้แล้ว เพราะตัวจับบอทของ Google พัฒนาความสามารถจนสามารถตรวจหาและอ่าน Code ได้ว่า เนื้อหาข้างในมันสอดคล้องกับพาดหัวเรื่องหรือไม่นั่นเอง

 

สุดท้ายแล้ว ลองตรวจสอบดูว่า เว็บไซต์ของคุณมีตามที่บอกไว้มากน้อยแค่ไหน ถ้าตรวจเจอ ควรแก้ไขโดยด่วนครับ หรือถ้าจะเริ่มทำ ควรใช้วิธีธรรมชาติผสมกับการซื้อโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในระยะยาว แล้วทำให้เว็บไซต์ของคุณมั่นคงด้วย

 

หรือถ้าต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ดังกับทาง https://metrabyte.cloud/index.php

==============================================================================

สำหรับท่านที่สนใจจะใช้บริการของ SEO และ Dooweb บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป เพื่อที่ท่านจะได้เป็นเจ้าของเว็บไซต์ของตนเอง สามารถช่วยเพิ่มโอกาสและยอดขายสินค้าไปจนถึงทำการตลาดออนไลน์ ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “อีเมล์สำหรับธุรกิจ G Suite” และ “เครื่องมือสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูป Dooweb” รวมถึงบริการอื่นๆ

โดยสามารถติดต่อทีมงาน Metrabyte Cloud ได้โดยตรงที่ Line : goo.gl/M5d1Xx หรือ Tel. 02-0263-124

และสามารถดูรายละเอียดเบื่องต้น ได้ที่ G suite : https://www.metrabyte.cloud/gsuite.php 

News